[Fic] |Just for One Day| Kyuhyun x Donghae part 1
posted on 16 May 2008 18:43 by caramel-macchiato in Kyuhae
Author's talk: ฟิกยาวที่ได้แรงบันดาลใจจากเพลง Just for One Day ของCSJH featuring Kyuhyun ตอนแรกสั้นไปหน่อยแต่จะแก้ตัวด้วยการมาต่อให้เร็วขึ้นนะคะ หวังว่าจะชอบกัน
|Just for One Day|
ไม่มีใครกะเกณฑ์เรื่องของความรักได้
ว่าจะให้มันมาเมื่อไร
ว่าใครจะได้มันไป
ว่าสุดท้ายจะจบลงเช่นไร
ร่างบางของชายหนุ่มผิวราวกับหิมะแรกวิ่งฝ่าหญิงชายรุ่นราวคราวเดียวกันที่จับกลุ่มคุยอย่างออกรสอยู่ด้านหน้าหอประชุมใหญ่ ตาเรียวสวยซึ่งเป็นจุดเด่นของใบหน้าจับอยู่ที่นาฬิกาข้อมือแบบสปอร์ตไม่ต่ำกว่าห้าครั้งในรอบสามนาที
“ทงเฮ! ทางนี้!” เจ้าของชื่อหยุดวิ่งทันทีราวกับใครมาสับสวิตช์ หันรีหันขวางหาที่มาของเสียงอยู่อึดใจก่อนที่ริมฝีปากสีชมพูสดจะคลี่ยิ้มให้คนเรียกที่ยืนกอดอกรออยู่ไม่ไกล
“ขอโทษทีซองมิน พอดีทำตั๋วเดือนหาย แล้วก็....”
“พอๆๆ ยังไม่ต้องพูด รีบไปเซ็นชื่อก่อนเร็วเข้า” ซองมินพูดพลางดุนหลังของเพื่อนรักไปทางโต๊ะลงทะเบียนตัวยาวที่มีคนยืนเซ็นชื่ออยู่เพียงประปรายเนื่องจากคนส่วนใหญ่ได้ทยอยเดินเข้าไปจับจองที่นั่งในห้องประชุมเรียบร้อยแล้ว
“ละ...แล้วคณะเราอยู่แผ่นไหนล่ะซองมิน?” ร่างบางกวาดตามองกระดาษสีขาวที่มีรายชื่อนักศึกษาหลากหลายคณะพิมพ์เต็มพรืดซึ่งวางเรียงกันอยู่บนโต๊ะอย่างสับสน เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการใบหน้าน่ารักจึงหันมาด้านหลังแต่กลับพบว่าอีกคนกำลังเดินไปทางห้องน้ำพร้อมกับทำสัญญาณมือว่า...เดี๋ยวมา
ทงเฮกัดริมฝีปากล่างอย่างเคยชินเวลาต้องใช้ความคิด ดวงตาเรียวไล่อ่านหัวกระดาษจากแผ่นที่ใกล้มือสุดไปเรื่อยๆ
คณะวิศวกรรมศาสตร์
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
คณะบัญชีและบริหารธุรกิจ
ร่างบางค่อยๆเขยิบมาทางขวามือทีละนิดเมื่อยังไม่พบชื่อที่ต้องการ
คณะวิทยาศาสตร์
อ๊ะ!
“อ๊ะ!” ไหล่บางๆของทงเฮกระทบกับอะไรบางอย่างที่สูงราวกำแพงแต่มันคือไหล่กว้างของอีกคนที่กำลังเดินย้อนมาจากคนละด้านของโต๊ะ แม้แรงปะทะจะเพียงเท่าสายลมพัดผ่านแต่ทงเฮก็เอ่ยขอโทษออกไปโดยอัตโนมัติ
“ขอโทษฮะ...” แม้แต่คำขอโทษก็ยังเหมือนกับนัดหมายกันไว้ ร่างบางเอียงคอนิดๆก่อนจะถอยหลังรอให้อีกคนเดินผ่านไป แต่คนตรงหน้ากลับไม่มีทีท่าจะขยับตัว
ทงเฮจึงเงยหน้าขึ้นมองคนที่สูงกว่าตนเองไม่น้อยอย่างสงสัย ก่อนจะพบกับใบหน้าคมเข้มรับกับรอยยิ้มนิดๆที่มุมปาก ดวงตาเรียวยาวสะกดให้คนมองตกอยู่ในวังวน ไม่อาจละสายตาจากริมฝีปากหยักเกินชายตรงหน้าไปได้เลย
“เซ็นต์ก่อนเลยครับ” น้ำเสียงทุ้มจุดความร้อนเล็กๆบนแก้มของทงเฮได้อย่างไม่ตั้งใจ และไม่เข้าใจด้วยว่าจะต้องเขินทำไมกับแค่ถูกผู้ชายหน้าตาดีคนนึงเสียสละให้เซ็นต์ชื่อก่อน
“ไปกันเถอะทงเฮ” ซองมินที่เดินกลับมาพอดีลากทงเฮให้ขยับไปตามแรงฉุด
“ทำไม....” เดินมาจนจะถึงประตูไม้บานใหญ่ คนลากจำต้องหยุดถามเมื่อเห็นอาการแปลกๆของเพื่อนตัวเล็ก
“รู้จักไหม....คนเมื่อกี้น่ะ เฮ้ย!” คนถามอุทานพลางฟาดมือลงบนไหล่เมื่อเห็นซองมินทำท่าจะเหลียวกลับไปมองคนตัวสูงที่ก้มหน้าก้มตาเซ็นชื่อลงบนกระดาษแผนเดียวกับที่ทงเฮเซ็นต์
“อืม....ท่าทางจะเป็นเด็กเจ้าถิ่นน่ะ ทำไม...สนใจเหรอ...”
“ก็....ไม่รู้สิ....หน้าตาก็ใช้ได้ ส่วนนิสัย....” ริมฝีปากบางเม้มนิดๆพยายามรอยยิ้มเขินของตน
“อะไรๆๆ อีทงเฮมีรักแรกในวันปฐมนิเทศนักศึกษาปีหนึ่ง แถมเป็นรักแรกพบซะด้วย สงสัยจะได้เจอเนื้อคู่อย่างที่หมอดูว่าซะแล้วม้าง....” ลากเสียงยาวเป็นเชิงล้อเลียนเพื่อนที่นั่งก้มหน้างุดอยู่ข้างๆ
“รักแรกพบอะไรกันเล่า...”
“นั่นๆ เค้ามานั่งแถวบนเราด้วยนะทงเฮ” ทั้งๆที่รู้ว่าซองมินขี้แกล้งแต่ทงเฮก็ยังอดหัวใจเต้นโครมครามไม่ได้ ชั่วชีวิตที่ผ่านมาก็เจอคนหน้าตาดีมามากมาย แต่ทำไมกับคนๆนี้เท่านั้นร่างกายที่มันเคยเป็นของทงเฮมาตลอดจึงทรยศราวกับโดนควบคุมโดยคนอื่นไปซะแล้ว
ร่างบางแอบหันไปมองที่นั่งแบบสโลปที่อยู่สูงขึ้นไปอย่างระวัง แม้นักศึกษาใหม่จะมีจำนวนหลายร้อยแต่เค้าคนนั้นกลับดูโดดเด่นออกมาจากฝูงชนราวกับใครไปเปิดสปอตไลท์ส่องอยู่อย่างนั้น
“แล้วเค้าชื่ออะไร...ได้ดูหรือเปล่า?” ซองมินเลียบๆเคียงๆถามเมื่อเห็นทีท่าเอาจริงของเพื่อน คนฟังส่ายหน้าจนผมปลิว
“ไม่ทันได้มองอ่ะ ก็เค้าเล่นให้ชั้นเซ็นชื่อก่อนซะได้”
“โห เจนเทิลแมนน่าดู เลดี้เฟริสซะด้วย” พูดไปก็ลูบไหล่ที่โดนทงเฮทุบเบาๆเพราะแสลงหูกับคำเรียกนั้น ก่อนจะพูดต่ออย่างเอาใจ
“เถอะน่า....ยังไงก็เรียนคณะเดียวกันไม่ใช่เหรอ...เค้าเรียกพรหมลิขิตไงรู้ไหม?”
หลังจากนั้นทงเฮไม่รู้จะเรียกปรากฏการณ์แปลกใหม่ที่ชีวิตเพิ่งได้เคยสัมผัสนี้ว่าพรหมลิขิตได้หรือเปล่า เพราะทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในคณะก็พบกับใครคนนั้นอย่างที่คาดหมายไว้
“นี่อีทงเฮ...ส่วนคนตัวสูงรูปหล่อนี่คือ โจคยูฮยอน” เสียงใสของสาวน้อยร่างบาง-ยุนอา ที่ลากคนตัวสูงรูปหล่อไปแนะนำกับเพื่อนร่วมคณะอีกราวยี่สิบคน
“ชั้นไปสืบมาให้แล้วนะทงเฮ เนื้อคู่ของทงเฮจบจากโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยคยองฮี เป็นเจ้าถิ่นจริงๆด้วยเห็นไหม?” เนื่องจากร้อยละเก้าสิบของนักศึกษาใหม่ก็คือเด็กที่มาจากโรงเรียนสาธิตในเครือนั่นเอง ต่างจากเค้าและซองมินที่มาจากโรงเรียนอื่นนอกโซล
“หมั่นไส้ยัยยุนอานี่จังอ่ะทงเฮ เที่ยวลากคยูฮยอนไปแนะนำตัวทำอย่างกับเป็นแฟนกันยังงั้นแหละ”
ดวงตาสดใสของทงเฮมีแววกังวลขึ้นมาทันที
“คยูฮยอนเค้ามีแฟนยังอ่ะซองมิน” คนฟังอมยิ้มให้กับเสียงกระซิบกระซาบราวกับมันคือความลับสุดยอดของรัฐบาลก็ไม่ปาน
“เท่าที่ชั้นฟังมาน่ะยังโสด....สนิทนะ เนเวอร์...ไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยด้วย งานนี้เล่นของสูงเชียวนะทงเฮ แถมคู่แข่งท่าจะเยอะซะด้วย” ทงเฮไม่ค้านคำบอกเล่าของซองมินแม้แต่คำเดียว เดินผ่านไปทางไหนก็ได้ยินสาวๆจับกลุ่มคุยกันแต่เรื่องของโจคยูฮยอนจนอดเซ็งไม่ได้
“แต่อย่าเพิ่งท้อ...อกหักดีกว่ารักไม่เป็นจริงมะ”คนฟังได้แต่ยิ้มแห้งๆแม้จะรู้ว่าเพื่อนพูดเรื่องจริงแต่ทงเฮนึกเกลียดประโยคนี้จับใจ
นอกเหนือจากใบหน้าที่เกินจะใช้คำว่าดูดี อีกสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนพระเจ้าจะลำเอียงประทานให้โจคยูฮยอนมามากกว่าคนทั้งชั้นปีก็คือมันสมอง ไม่ว่าการสอบเล็กสอบน้อยยิบย่อยเพียงใด ไม่เคยเลยที่ผู้ชายคนนี้จะไม่คว้าตำแหน่งท็อปมา
“สงสัยตรงไหนเหรอทงเฮ?” เสียงทุ้มไม่เบานักที่ไต่ถามขึ้นทำเอารังสีความอิจฉาของบรรดาสาวๆรอบตัวแทบจะแผ่ออกมาเผาทงเฮเป็นผุยผง ร่างบางหันกลับไปสบตาคนข้างๆด้วยความสงสัย...นายมีพลังจิตด้วยรึไงนะคยูฮยอน
“ก็บนหน้าผากนายมีเครื่องหมายคามอันเบ้อเร่อ” คยูฮยอนเฉลยอย่างอารมณ์ดี ทำเอาซองมินที่นั่งอีกด้านของทงเฮต้องเอาศอกแหลมๆมากระทุ้งเอวเล็กหลายทีติดกัน
“อะไร?” เบี่ยงตัวมากระซิบถาม ไม่อยากให้ร่างสูงเห็นว่าตัวเองแอบคุยเดี๋ยวจะเสียภาพพจน์
“ทำไมหมอนั่นต้องมาคอยใส่ใจนายด้วยเนี่ย...ชักยังไงๆแล้วน้า” ทงเฮตวัดสายตาไปทางคยูฮยอนที่ยังมีสมาธิจดจ่อกับการเรียนตรงหน้าแล้วจึงหันมาโต้ตอบซองมินด้วยแก้มที่แดงระเรื่อ
“จะบ้าเหรอ...เค้าก็ถามตามประสาเพื่อนน่ะ”
“แต่ชั้นว่าไม่นะทงเฮ...คิดดูสิ หมอนั่นทำไมต้องมานั่งเรียนกับนายทุกคาบ ทั้งๆที่เพื่อนสมัยมัธยมก็ออกเกลื่อน” ซองมินทิ้งทุ่นระเบิดในใจทงเฮแล้วกลับไปก้มหน้าก้มตาจดเลคเชอร์ทั้งที่อมยิ้ม ทำเป็นไม่สนใจคิ้วเรียวสวยของคนข้างๆที่เริ่มขมวดเป็นปม
ว่ากันตามจริงทงเฮก็อยากคิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้นเหมือนกัน ที่จู่ๆคยูฮยอนก็มาขอนั่งเรียนด้วยเมื่อย่างเข้าคาบเรียนที่สาม แล้วจากนั้นมาก็เหมือนเป็นที่รู้กันว่าที่นั่งทางขวามือของทงเฮนั้นเป็นของใคร
ดูเผินๆเหมือนกับว่าผู้ชายเพอร์เฟ็คทั้งหล่อทั้งเก่งอย่างโจคยูฮยอนควรจะพกพาความหยิ่งให้สาสมกับศักยภาพ แต่โจคยูฮยอนที่ทงเฮได้สัมผัสคือผู้ชายหน้าตาดี นิสัยดี มีอารมณ์ขัน ดังนั้นจึงไม่น่าจะแปลกใจหรอกหากสาวๆทั้งคณะรวมถึงหนุ่มหน้าสวยอย่างทงเฮด้วยที่ต้องมาตกบ่วงเสน่ห์ของผู้ชายคนนี้
“เสื้อบางไม่หนาวเหรอทงเฮ...” ยังไม่ทันที่ร่างเล็กจะดึงความคิดกลับเข้ามาถึงบทเรียน แจ๊คเก็ตสีเข้มของคนข้างตัวก็คลุมบนไหล่บางอย่างเบามือโดยผู้เป็นเจ้าของ จมูกของทงเฮไม่อาจปฏิเสธกลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อนๆชวนให้หลงใหล ถึงแม้เนื้อผ้าจะไม่หนานักแต่ทงเฮกลับอบอุ่นไปถึงหัวใจ
“ชั้นสับสนไปหมดแล้วนะซองมิน”
คนฟังตักข้าวใส่ปากก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“กินข้าวซะไอ้หมวย เดี๋ยวมีทำแล็บบ่ายนะ” ทงเฮจิ๊ปากอย่างขัดใจ มือบางเขี่ยข้าวในจานไปมาอย่างใช้ความคิดมากกว่าที่เคยคิดมาทั้งชีวิตเสียอีก
“คยูฮยอนเค้าคิดอะไรของเค้ากันแน่นะ?”
“คยูฮยอนเค้าคิดยังไงกับแกมากกว่า แกถามผิดคำถามแล้วก็ถามผิดคนด้วย...เฮ้ย จะบ่ายโมงแล้ว เร็วรีบไปเรียน!!!” ว่าแล้วเจ้าฟักทองโหดก็ออกแรงลากปลาขี้สงสัยปลิวติดมือมาถึงห้องแล็บจนได้
“เพราะนายมัวแต่ถามอะไรไม่เข้าท่า ดูซิ เค้าบรีฟแล็บจบไปแล้วๆจะทำรู้เรื่องไหมเนี่ย” ซองมินหันมาบ่นเสียงไม่เบานักทำเอาตัวต้นเหตุถึงกับหน้าซีดน้ำตาเจียนจะหยด พับเรื่องหัวใจกับผู้ชายที่ชื่อโจวคยูฮยอนใส่กระเป๋าเป็นการชั่วคราว
TBC
ดงแฮพับเรื่องหัวใจเก็บใส่กระเป๋า ฮ่าๆๆๆๆ
#1 By (125.27.73.68) on 2008-05-16 22:19